เมืองเกิดขึ้นได้อย่างไร (How Cities Exist)

การทำความเข้าใจพัฒนาการของเมืองรวมถึงการวิเคราะห์นโยบายที่มุ่งเปลี่ยนแปลงเมืองให้ดีขึ้นนั้น จำเป็นต้องเข้าใจรากฐานของการเกิดขึ้นของเมืองก่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจธรรมชาติของเมืองนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง

สาเหตุที่ทำให้เกิดเมืองในทางเศรษฐศาสตร์

ในทางเศรษฐศาสตร์การที่มีคนมาอยู่รวมกันในพื้นที่หนึ่ง ๆ อย่างหนาแน่นเป็นจำนวนมากนั้น มีเหตุผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 2 ประการคือ การประหยัดจากขนาด (scale economies) และ การประหยัดจากการรวมตัวกัน (agglomeration economies) ซึ่งทั้งสองเหตุผลทำให้เกิดการกระจุกตัวของการจ้างงาน (concentration of jobs) แล้วทำให้เกิดการกระจุกตัวของผู้คน แหล่งที่อยู่อาศัย และธุรกิจแวดล้อม จนเกิดเป็นเมืองขึ้นได้

1. การประหยัดจากขนาด (Scale Economies)

หากการผลิตมีการประหยัดจากขนาด ขนาดของการผลิตที่ใหญ่จะส่งผลให้ผลผลิตต่อแรงงานสูงกว่าขนาดการผลิตที่เล็ก เพราะเมื่อหน่วยผลิตมีขนาดใหญ่ ผู้ผลิตสามารถกำหนดให้แรงงานแต่ละคนทำหน้าที่เพียงอย่างเดียว ก่อให้เกิดความชำนาญเฉพาะอย่าง (specialization) และทำให้แรงงานสามารถผลิตได้มากกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยผลิตขนาดเล็กที่แรงงานอาจต้องทำหลายหน้าที่ในเวลาเดียวกัน ในแง่นี้ ผู้ผลิตมีแรงจูงใจในการสร้างหน่วยการผลิตขนาดใหญ่และมีการจ้างแรงงานเป็นจำนวนมากกระจุกอยู่เพียงแห่งเดียว มากกว่าการกระจายเป็นหน่วยเล็ก ๆ ดังนั้น การตั้งโรงงานขนาดใหญ่ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการประหยัดจากขนาด จึงจ้างแรงงานเป็นจำนวนมากและเกิดการกระจุกตัวของผู้คนในบริเวณหน่วยผลิตนั้น

อย่างไรก็ตาม การประหยัดจากขนาดไม่เพียงพอที่จะอธิบายการเกิดเมืองใหญ่ได้เสมอไป เพราะขอบเขตการอธิบาย จำกัดอยู่ในระดับหน่วยผลิตหรือโรงงานเท่านั้น การเกิดเมืองใหญ่จำเป็นต้องมีการประหยัดจากการรวมตัวกันของหน่วยผลิตขนาดใหญ่หลาย ๆ หน่วยประกอบด้วย

2. การประหยัดจากการรวมตัวกัน (Agglomeration Economies)

การเกิดการประหยัดจากการรวมตัวกันอาจมีเหตุมาจากการประหยัดในแง่ต้นทุนของปัจจัยการผลิต (pecuniary agglomeration economies) หรืออาจมาจากการมีผลิตภาพ (productivity) ที่สูงขึ้นหากมีการกระจุกตัวกันของหน่วยผลิตขนาดใหญ่หลาย ๆ หน่วย (technological agglomeration economies)

ตัวอย่างของการประหยัดในแง่ต้นทุนของปัจจัยการผลิตก็เช่น การที่ผู้ผลิตหรือนายจ้างอาจมีต้นทุนต่ำกว่าในการเสาะหาแรงงานที่มีความชำนาญเฉพาะในเมืองใหญ่ซึ่งมีตลาดแรงงานขนาดใหญ่กว่าเมืองเล็ก การตั้งหน่วยผลิตในเมืองใหญ่อาจสามารถลดต้นทุนของปัจจัยการผลิตซึ่งถูกผลิตโดยหน่วยผลิตอื่น เช่น ต้นทุนบริการความปลอดภัย (security guards) อาจมีราคาถูกในเมืองใหญ่ (ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่) เพราะจะมีหลายผู้ผลิตแข่งขันขันกัน เป็นต้น นอกจากนี้ การผลิตสินค้าหรือบริการบางอย่างอาจเป็นไปไม่ได้เลยในเมืองเล็ก ๆ เพราะไม่มีความคุ้มค่า เช่น บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย เป็นต้น

ในส่วนของการมีผลิตภาพ (productivity) ที่สูงขึ้นนั้น อาจมีสาเหตุมาจากการเกิดผลกระทบภายนอกเชิงบวก (positive externalities) จากการกระจายของความรู้(knowledge spillovers) ตัวอย่างเช่น ในเมืองใหญ่ซึ่งมีหน่วยผลิตหลายหน่วย การพบปะปฏิสัมพันธ์กันของวิศวกรจากหน่วยผลิตคนละหน่วย โดยเฉพาะหน่วยผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อาจจุดประกายความคิดในการพัฒนาการผลิตขึ้น แม้จะไม่มีการบอกเล่าความลับของหน่วยผลิตของตนก็ตาม การกระจายตัวของความรู้อาจเกิดขึ้นข้ามประเภทของการผลิต ได้ เช่น ระหว่างผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์กับผู้ผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ การมีผลิตภาพ (productivity) ที่สูงขึ้นอาจมาจากการที่เมืองใหญ่มีตลาดแรงงานที่ใหญ่ ทำให้การหาแรงงานทดแทน เป็นไปได้ง่าย แรงงานจึงทำางานหนักและมีผลิตภาพสูงเพราะมิเช่นนั้นอาจถูกทดแทนจากแรงงานคนอื่นในตลาดได้ หรือแรงงานอาจพยายามที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะคงสถานะทางสังคมของการเป็นแรงงานที่มีผลิตภาพสูง เพราะเกิดการเปรียบเทียบกับแรงงานในหน่วยผลิตอื่น ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่กล่าวมานี้ ทำให้ผู้ผลิตมีแรงจูงในในการเข้ามารวมตัวกันเป็นเมืองใหญ่

หรือกล่าวโดยสรุปก็คือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเป็นตัวกำหนดความเป็นเมือง นั่นเอง

แหล่งอ้างอิง

Brueckner, J. K. (2011). Lectures on Urban Economics. The MIT Press.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s